Wednesday, April 26, 2017

นาทีระทึก กู้ภัยโรยตัวถีบสาวหน้าหงาย หลังพยายามจะโดดตึกฆ่าตัวตาย (ชมคลิป)




       คลิปวิดีโอเผยนาทีสุดระทึก หน่วยกู้ภัยโรยตัวถีบขาคู่ใส่สาวคิดสั้น หลังออกมานั่งริมขอบระเบียง เตรียมจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย จนช่วยไว้ได้สำเร็จ

       เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 เว็บไซต์เมโทร เปิดเผยคลิปวิดีโอเหตุการณ์สุดระทึก แสดงนาทีขณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฏิบัติการเข้าช่วยชีวิตหญิงสาวรายหนึ่งอย่างสุดหวาดเสียว โดยจากคลิปจะเห็นว่า หญิงรายดังกล่าวซึ่งสวมชุดคล้ายเครื่องแบบนักเรียน ได้ปีนออกมานั่งอยู่ที่ขอบระเบียงสูง โดยตั้งใจจะกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย


      จากนั้นจะเห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงรายหนึ่งก็ได้เสี่ยงชีวิตทำการผูกเชือกค่อย ๆ โรยตัวมาจากชั้นบนของห้องหญิงสาวรายดังกล่าว โดยที่ไม่ให้เจ้าตัวรู้ตัว จนกระทั่งเมื่อได้จังหวะ ก็ใช้ 2 ขาคู่ถีบเข้าไปที่ตัวหญิงสาวเต็มแรง จนร่างของเธอร่วงกลับเข้าไปด้านในและปลอดภัย

  
         คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกถ่ายได้จากเพื่อนบ้าน ซึ่งอาศัยอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ โดยภายหลังจากคลิปดังกล่าวถูกนำไปแชร์ก็กลายเป็นกระแสที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์

          อย่างไรก็ดี จากรายงานไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเกิดขึ้นที่ประเทศใด แต่ทั้งนี้ที่คลิปวิดีโอ มีแคปชั่นบรรยายคลิปเป็นภาษาเกาหลี โดยได้ถูกนำมาโพสต์เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา และล่าสุด (25 เมษายน 2560) มีผู้เข้าไปชมมากกว่า 3.5 แสนวิวแล้วด้วยกัน

https://hilight.kapook.com/view/152513

Saturday, April 22, 2017

หนุ่มแยกทางภรรยาแต่ไม่ลืมตูบ ให้การ์ดวันเกิดทุกปี และปีนี้พิเศษจนทุกคนลุ้นให้คืนดี




           คู่รักแยกทางกันไปนานนับ 2 ปี แต่ฝ่ายชายยังไม่เคยลืมตูบจรจัดที่เลี้ยงด้วยกัน นำการ์ดและของขวัญวันเกิดไปให้ทุกปี และปีนี้มีข้อความพิเศษ ทำชาวโซเชียลสุดซึ้งใจ เชียร์ให้กลับมาคืนดีกัน

            เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 เว็บไซต์ Bored Panda เผยเรื่องราวชวนซึ้งใจ ระบุว่า รีเบ็กก้า เฮอนานเดซ และแฟรงกี้ แฟนหนุ่มสมัยไฮสคูลตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อปี 2555 หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็รับสุนัขจรจัดมาเลี้ยงดัวยกัน 1 ตัว ตั้งชื่อให้ว่า เจ้าอะพอลโล จากนั้นทั้งคู่ก็เลี้ยงดูมันด้วยความรักมาด้วยกันเรื่อยมา จนมันกลายเป็นที่รักของทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวมัน

  
          จนกระทั่งวันหนึ่ง รีแบ็กก้าและแฟรงกี้เริ่มมีปัญหากันเกิดขึ้น ก่อนจะตัดสินใจแยกกันอยู่ จนวันเวลาได้ล่วงเลยผ่านมานานถึง 2 ปีแล้วด้วยกัน แต่ทั้งคู่จะยังไม่ได้อย่าขาดกัน และทั้งคู่ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่เมื่อเติบโตขึ้นทั้งคูู่ก็มีหลายสิ่งที่ต้องทำเช่นกัน

            อย่างไรก็ดี เมื่อแฟรงกี้เดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัว ซึ่งเป็นเมืองที่รีเบ็กก้าอาศัยอยู่ เขาก็จะมาเยี่ยมเจ้าอะพอลโล และมีการ์ดพร้อมของขวัญวันเกิดมาให้ด้วยทุก ๆ ปี และสำหรับปีนี้ ในการ์ดที่แฟรงกี้เขียนมีข้อความสุดซึ้งทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า "จะยังคงอยู่ตรงนี้เพื่อเธอ (รีเบ็กก้า) เรื่อยไป เหมือนที่แก (เจ้าอะพอลโล) ยังอยู่ตรงนี้เพื่อฉัน"

            ภายหลังจาก รีเบ็กก้า นำภาพถ่ายการ์ดของขวัญวันเกิดเจ้าตูบไปโพสต์แชร์ลงในทวิตเตอร์ ชาวโลกโซเชียลจำนวนมากก็ต่างพากันซาบซึ้งและประทับใจ ที่แม้ว่าความสัมพันธ์รักของทั้งคู่จะจบลง แต่ยังไม่เคยลืมเลือนหรือละทิ้งเจ้าตูบจรจัดไป พากันกดไลค์มากกว่า 3.5 หมื่นไลค์ และรีทวิตต่อกันมากถึง 1.3 หมื่นครั้ง  และที่สำคัญหลาย ๆ เสียงพากันเชียร์ให้ทั้งคู่กลับไปคืนดีกันด้วย

  
           ภายหลังจากเกิดเป็นกระแสในโซเชียล รีเบ็กก้า เผยว่า เธอรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่เรื่องราวของเธอถูกแชร์ออกไปมากมายเช่นนี้ และขอบคุณที่หลาย ๆ คนเชียร์ให้กลับไปคืนดีกับแฟรงกี้ "พวกเราทั้งคู่ตกใจมาก ใครจะรู้สิ่งนี้อาจจะช่วยสานความสัมพันธ์ของเราก็เป็นได้" รีเบ็กก้า กล่าว 

https://pet.kapook.com/view169979.html

Wednesday, April 19, 2017

มาได้ไง ครอบครัวผวานึกว่าโจรขึ้นบ้าน แอบย่องไปดู อ้าวนี่มันจระเข้




         ครอบครัวผวาหนัก นึกว่าโจรย่องขึ้นบ้าน พอเปิดประตูออกไปดูก็แทบช็อก เจอจระเข้ตัวใหญ่นอนแหมะบนพื้น โร่เรียกกู้ภัยมาช่วยเหลือ คาดออกมาเดินเตร่ในฤดูผสมพันธุ์

          เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานข่าวสุดประหวั่นพรั่นพรึงจากสหรัฐอเมริกา เมื่อ ซูซี และ สตีฟ โพลสตัน สามีภรรยาคู่หนึ่งได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังออกมาจากบริเวณระเบียงชั้นสองของตัวบ้าน พวกเขาแอบหลบอยู่หลังเตียงขนาดใหญ่ในห้องนอนอย่างหวาดกลัวเนื่องจากคิดว่ามีโจรแอบย่องขึ้นมาปล้นบ้าน ลูกชายวัย 16 ปีของทั้งคู่รวบรวมความกล้าย่องออกไปดูให้เห็นชัด ๆ และเขาก็ตระหนักได้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญขึ้นบ้านจริง ๆ แต่แขกที่ว่ามันไม่ใช่โจรอย่างที่คาด แต่มันคือจระเข้ตัวใหญ่กำลังนอนสบายใจอยู่ข้างโซฟา

  
          เหตุระทึกขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านของครอบครัวโพลสตัน ที่ตั้งอยู่ในเมืองเมาท์เพลเซนท์ รัฐเซาท์แคโรไลนา เสียงแกรกกรากแปลก ๆ ที่ทั้งบ้านได้ยินคือเสียงขณะที่เจ้าจระเข้ใช้เล็บตะกุยตะกายประตูอะลูมิเนียม จระเข้ตัวนี้มีขนาดใหญ่ไม่ใช่น้อย ครอบครัวโพลสตันตกอกตกใจอย่างมากกับแขกไม่ได้รับเชิญตัวนี้ พวกเขาทำอะไรไม่ได้ ไล่หนทางที่ไล่มันออกไป จึงได้โทรศัพท์แจ้งไปยังหน่วยกู้ภัยเกเตอร์ เก็ตเตอร์ ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ

  
         รอนนี เจ้าหน้าที่ของหน่วยกู้ภัยเดินทางเข้ามาช่วยเหลือหลังจากได้รับแจ้ง เขากล่าวหลังจากปลุกปล้ำลากเจ้าจระเข้าออกไปจากบ้านว่า จระเข้ตัวนี้แก่มากแล้ว มันน่าจะมีอายุมากถึง 60 ปี ขนาดของมันใหญ่พอควร น้ำหนักของมันน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 200-300 ปอนด์ (ประมาณ 90-136 กิโลกรัม) มันขึ้นมาถึงระเบียงชั้นสองได้โดยการไต่บันไดด้านนอกแล้วปีนขึ้นมา

  
           เบื้องต้นคาดว่าจระเข้น่าจะอาศัยอยู่แถว ๆ บึงในพื้นที่สนามกอล์ฟริเวอร์ทาวน์ คันทรี คลับ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านโพลสตัน การก่อสร้างรั้วกั้นใหม่น่าจะทำให้มันเครียด ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของจระเข้ เจ้าตัวนี้เลยน่าจะมองหาแหล่งจับคู่ใหม่ ๆ จนสุดท้ายมาจบลงที่ระเบียงชั้นสอง

           เจ้าหน้าที่ทางการกล่าวว่า ช่วงนี้อากาศอบอุ่นขึ้นมาก จระเข้ในพื้นที่แถบนี้ก็ชุกชุมขึ้นตามไปด้วย ปกติไม่ได้ดุร้ายพวกมันจะไม่เข้ามาใกล้มนุษย์ แต่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์จะสามารถพบเห็นพวกมันได้บ้าง ทั้งนี้กฎหมายของรัฐเซาท์แคโรไลนาระบุว่าจระเข้ที่เข้ามารุกรานบ้านเรือนประชาชนเช่นนี้ต้องถูกกำจัด ถึงแม้ว่าครอบครัวโพลสตันจะไม่อยากให้มันถูกฆ่าตาย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้

https://hilight.kapook.com/view/152142

Tuesday, April 18, 2017

สะเทือนใจหนักมาก เจ้าตูบนั่งเฝ้าเพื่อนไม่ห่าง-พยายามปลุก หลังเพื่อนถูกรถชนตาย




          สะเทือนใจหนักมาก เจ้าตูบนั่งเฝ้าเพื่อนไม่ห่าง-พยายามปลุก หลังเพื่อนถูกรถชนตายกลางถนนในจีน ยังขออยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน รอจนเจ้าของมาพาเพื่อนกลับบ้าน

          วันที่ 18 เมษายน 2560 เว็บไซต์ on.cc มีรายงานภาพสะเทือนใจที่เกิดขึ้นบนถนนสายหนึ่งในเมืองฉูโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในช่วงเช้าวานนี้ (17 เมษายน) เมื่อสุนัขตังหนึ่งเกิดถูกรถชนตาย กลางถนน ทำให้เพื่อนของมันที่มาด้วยกันรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างไม่กลัวอันตรายจากรถที่วิ่งผ่านไป-มา และพยายามใช้อุ้งเท้ากับปากของมันดุนตัวเพื่อน หวังจะปลุกให้ตื่นขึ้นมา

  
            แต่ไม่ว่าเจ้าตูบจะปลุกเพื่อนอย่างไร ก็ไม่มีวี่แววว่าเพื่อนของมันจะฟื้นขึ้นมาจากความตายได้ มันจึงนั่งอยู่ข้าง ๆ ตัวเพื่อนไม่ยอมไปไหน สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้คนที่พบเห็นภาพดังกล่าวเป็นอย่างมาก

  
          จนกระทั่งเวลาผ่านไปราว 30 นาที ในที่สุดเจ้าของสุนัขทั้งสองตัวก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาถึงที่เกิดเหตุ เขาค่อย ๆ อุ้มซากของเจ้าตูบที่ตายขึ้นรถจากไป โดยมีเจ้าตูบสีขาววิ่งตามไปอย่างติด ๆ

 

ภาพจาก on.cc
https://pet.kapook.com/view169659.html

Tuesday, April 11, 2017

วันนี้ที่รอคอย...เจ้าของปล่อยโฮเมื่อพบหน้าเจ้าเหมียวสุดรักอีกครั้ง หลังหายตัวเกือบ 3 ปี




           เปิดเรื่องราวของ จิมมี่ แมวแก่วัย 16 ปี ที่หายตัวไปจากบ้านนานเกือบ 3 ปี เจ้าของตามหาอย่างไม่ลดละ จนสุดท้ายฟ้าเข้าข้าง ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

            สำหรับใครหลาย ๆ คน สัตว์เลี้ยง ในบ้านนั้นคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าเป็นแค่เพียงสัตว์ตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์อื่น ๆ ทุกตัวล้วนมีความสำคัญต่อเจ้าของและได้รับความรักไม่ต่างจากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เจ้าจิมมี่ แมวแก่วัย 16 ปีของครอบครัวนี้ก็เช่นกัน พวกเขาเลี้ยงดูมันมาตั้งแต่ยังเป็นลูกแมวตัวน้อย แต่แล้ววันหนึ่งจิมมี่หายตัวออกไปจากบ้าน พวกเขารอเท่าไรก็ไม่กลับ จนสุดท้ายต้องออกตามหา และไม่ลดละความพยายามถึงแม้ว่าจิมมี่จะหายไปนานเกือบ 3 ปีก็ตาม

  
            เรื่องราวความรักระหว่างคนและแมวอันน่าอบอุ่นใจนี้ถูกหยิบยกมาเปิดเผยโดยเว็บไซต์เดอะโดโด้ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 ระบุว่า จิมมี่เป็นแมวที่มีนิสัยเหมือน ๆ กับแมวทั่วไป นั่นคือซุกซน อยากรู้อยากเห็น ชอบออกไปสำรวจสิ่งแวดล้อมข้างนอก บางครั้งก็ออกไปเดินเล่นบนถนน บางทีก็แอบย่องไปเข้าบ้านเพื่อนบ้าน ครอบครัวเจ้าของจิมมี่รู้นิสัยแมวตัวโปรดเป็นอย่างดี จึงไม่ได้กังวลอะไรเมื่อจิมมี่ออกไปเล่นนอกบ้าน เพราะจิมมี่จะกลับบ้านเองทุกครั้ง

 
            จนกระทั่งวันที่ 13 กันยายน 2557 จิมมี่ซึ่งตอนนั้นอายุ 13 ปี ออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลาที่มันควรจะกลับบ้าน จิมมี่กลับไม่ปรากฏตัวให้เห็น ซูซาน เซลิตสกี้ เจ้าของของจิมมี่ เริ่มรู้สึกเป็นกังวล เธอกับสามีจึงออกไปตามหามันในละแวกบ้าน ตะโกนเรียกหาจิมมี่ แต่ก็ไม่มีวี่แววของเจ้าแมวแก่ตัวนี้ที่ไหนเลย 

 
            การหายตัวไปของจิมมี่สร้างความวิตกกังวลอย่างมาก พวกเขาปิดป้ายประกาศตามหาแมวหายทั่วพื้นที่ใกล้บ้าน ทุกครั้งที่ครอบครัวเซลิตสกี้พาสุนัขออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พวกเขาจะตะโกนเรียกหาชื่อมัน หวังว่ามันจะแอบอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วโผล่มาหาเหมือนกับทุกครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความหวังในการพบจิมมี่ก็ริบหรี่ลงไปทุกที จนกระทั่งเวลาผ่านไป 2 ปีกับอีก 6 เดือน โชคชะตาก็เข้าข้าง 


            วันนั้นซูซานกำลังเล่นเฟซบุ๊ก เธอเลื่อนดูโพสต์ต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่แล้วเธอก็ไปสะดุดตาเข้ากับเพจของสถานสงเคราะห์สัตว์เวสต์ มิลฟอร์ด บนหน้าเพจมีการโพสต์ภาพของแมวตัวหนึ่ง ระบุข้อความว่าแมวตัวนี้เป็นแมวจรจัด ถูกช่วยเหลือมาจากข้างถนน ซูซานตื่นเต้นมาก เนื่องจากเจ้าแมวตัวนี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับจิมมี่ของเธอเหลือเกิน

            ซูซานตอบกลับใต้โพสต์ดังกล่าว สอบถามข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับเจ้าแมวตัวนี้ และได้ทราบว่าหลังจากพายุหิมะครั้งใหญ่ในเดือนมีนาคมผ่านพ้นไปนั้น มีคนพบมันอยู่ในพื้นที่ห่างจากบ้านของเธอราว 10 ไมล์ (16 กิโลเมตร) และได้พาตัวมันไปส่งยังสถานสงเคราะห์สัตว์แห่งนี้ หลังจากซูซานส่องดูภาพของเจ้าแมวตัวนี้อย่างละเอียด เธอก็ตัดสินใจว่าจะเดินทางไปพบมัน

            ซูซานกับเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกับจิมมี่ เดินทางไปยังสถานสงเคราะห์สัตว์เวสต์ มิลฟอร์ด เพื่อดูแมวตัวนี้แบบตัวเป็น ๆ เจ้าหน้าที่ต้อนรับพวกเขาเป็นอย่างดีและพาไปที่กรงแมว ซึ่งทันทีที่ซูซานเห็นมัน เธอก็รู้ได้เลยว่านี่แหละ คือจิมมี่ที่หายไปของเธอ

            "ตอนที่ประตูกรงเปิดออก ฉันถามเจ้าแมวตัวนั้นว่า จิมเอ๊ย นั่นจิมใช่มั้ยลูก และมันก็ลุกขึ้น เดินเอาหัวมาชนฉัน ฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวเลย"
ซูซานบอกเล่าถึงประสบการณ์ในวันนั้น

            ซูซานกลับบ้านไปเล่าให้สามีของเธอฟัง แล้วตามเขามาพบมัน เจ้าแมวเดินออกจากกรงมาทักทาย เหมือนกับจิมมี่ตัวเดิมที่พวกเขาคุ้นเคย ณ วินาทีนั้น พวกเขามั่นใจอย่างมากว่านี่คือจิมมี่อย่างแน่นอนไม่ผิดและได้พามันกลับบ้าน

            "พวกเราทุกคนช็อกมากค่ะ มันเป็นเรื่องที่สุดยอดที่สุดที่เกิดขึ้น ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ค่ะ" ซูซาน กล่าว

            เมื่อจิมมี่กลับบ้านอีกครั้ง เจ้าตูบของครอบครัวจำจิมมี่ได้ มันดีใจมากที่เพื่อนเก่ากลับมา ลูกแมว 2 ตัวที่ครอบครัวรับมาเลี้ยงตอนจิมมี่ไม่อยู่ ก็ต้อนรับลุงจิมมี่เป็นอย่างดี ทุกคนมีความสุข จิมมี่ก็แฮปปี้ที่ได้กลับบ้าน แต่กลับมาครั้งนี้ ลุงจิมมี่ห้ามหนีไปไหนอีกน้าาา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก West Milford Animal-Shelter, Susan Marotta Zelitsky
https://pet.kapook.com/view169411.html