Saturday, December 26, 2015

ทีมกู้ภัยช่วยเจ้าตูบติดซากตึกเหตุดินถล่ม ปรากฏว่ามันติดตามไม่ห่างเลย




               ทีมกู้ภัยจีนช่วยเจ้าตูบจากซากปรักหักพังเหตุดินถล่มเซินเจิ้น มันเลยตามติดทีมกู้ภัยไม่ห่างไปไหน น่ารักสุด ๆ

                สำนักข่าว CCTV ของจีน เปิดเผยเรื่องราวและภาพถ่ายแสนน่ารัก น่าประทับใจ เมื่อกู้ภัยจีนได้ช่วยเหลือสุนัขตัวหนึ่งที่ติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังเหตุ ดินถล่มในเซินเจิ้น แต่แล้วมันกลับติดตามเจ้าหน้าที่กู้ภัยกลุ่มที่ช่วยมันไว้ไม่ห่างไปไหน ประหนึ่งพวกเขาเป็นเจ้านายใหม่ของมันยังไงยังงั้น


                    สุนัขตัวนี้ได้รับการช่วยเหลือเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2558 หลังจากเกิดเหตุดินถล่มได้ 4 วัน และเมื่อมันถูกช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัยแล้ว มันก็อยู่กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยโดยตลอด โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ช่วยเหลือมันได้เปิดเผยว่า เจ้าตูบตัวนี้วิ่งไปรอบ ๆ บริเวณเลยหลังจากที่มันถูกช่วยเหลือแล้ว คล้ายกับจะตามหาเจ้าของ แต่ก็ยังไม่เจอ มันจึงอยู่กับทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอย่างที่เห็น



                จากภาพชุดนี้ที่เผยออกมา จะเห็นได้ว่าเจ้าตูบตัวนี้มีท่าทีที่เป็นมิตรกับทีมเจ้าหน้าที่อย่างมาก จึงไม่แปลกที่เจ้าหน้าที่จะเอ็นดูมันมากเช่นกัน



ภาพจาก view.inews.qq.com
http://pet.kapook.com/view137780.html

Saturday, December 19, 2015

ใครจะเชื่อ 2 สาวคู่นี้เป็นแค่ "คนแปลกหน้า" แต่หน้าตาเหมือนกันยังกะแฝด




          สองสาวแปลกหน้าจากไอร์แลนด์และสวีเดน พบกันครั้งแรก สุดอึ้งหน้าเหมือนกันราวฝาแฝด เอาซะพ่อยังแทบแยกไม่ออกว่าคนไหนลูกสาวตัวเอง

          เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ เผยเรื่องราวคนแปลกหน้าที่หน้าเหมือนอีกครั้ง คราวนี้เป็นคู่สาวสวยจากไอร์แลนด์และสวีเดน ที่พบว่าทั้งคู่มีใบหน้าที่เหมือนกันมาก เหมือนกันชนิดที่ว่าพ่อมาเห็นถึงกับสับสนว่าคนไหนคือลูกสาวตัวเองกันเลยที เดียว

          แฝดต่างฝาคู่นี้ คือ แชนนอน โลเนอร์แกน วัย 21 ปี จากเคาน์ตี้ เคอร์รี่ ประเทศไอร์แลนด์ ได้พบกับ ซารา นอร์ดสตอร์ม วัย 17 ปี จากประเทศสวีเดน หลังจากแชนนอนไปลงประกาศหาคนหน้าเหมือนตัวเองผ่านเว็บไซต์ Twin Strangers และซาร่าก็ได้ติดต่อไป ซึ่งเมื่อทั้งคู่ได้เดินทางมาพบกันที่เมืองดับลิน บ้านของแชนนอน พ่อของแชนนอนถึงกับเหวอ รู้สึกตกใจกับหญิงสาวสองคนตรงหน้า เพราะทำให้สับสนจริง ๆ ว่าคนไหนลูกสาวของเขากันแน่


          แชนนอนเปิดเผยว่า ก่อนที่เธอจะได้พบซาร่าเป็นครั้งแรก เธอตื่นเต้นมาก และเมื่อได้เห็นหน้ากันแล้วก็รู้สึกว่าหน้าเหมือนกันจริง ๆ มันเป็นเรื่องแปลกสำหรับเธอเหลือเกิน ขณะที่ซาร่าเองก็เปิดเผยว่าเธอตื่นเต้นเหมือนกัน หลังจากที่ได้พบกับแชนนอน มันเหมือนกับเธอกำลังมองตัวเองในกระจกเลย

          ตอนนี้แชนนอนกับซาร่ากลายเป็นเหมือนเพื่อนซี้กันไปแล้ว แม้ว่าจะมาจากต่างที่ต่างภาษา แต่ความเหมือนได้ทำให้เธอทั้งคู่รู้สึกเหมือนกับได้พบกับเพื่อนเก่ายังไงยัง งั้นเลยทีเดียว


ภาพจาก Twin Strangers
http://hilight.kapook.com/view/130515

Thursday, December 17, 2015

เปิดอันดับ 5 ดาวเคราะห์ที่คล้ายโลกที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยค้นพบ




         ความฝันของนักดาราศาสตร์ทั่วโลกคงหนีไม่พ้นการพบสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็ต้องเป็นการพบดาวดวงใหม่ อันเป็นที่อยู่ของบรรดาสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการพบโลกใบใหม่นั่นเอง

          และตอนนี้ดูเหมือนว่าความฝันของเหล่านักดาราศาสตร์ในอดีตจะเริ่มมีความหวัง ขึ้นมาแล้ว เมื่อเทคโนโลยีที่ก้าวไกลช่วยให้มนุษย์สามารถสังเกตการณ์อวกาศได้ง่ายขึ้น จนพบดาวใหม่ ๆ ในเอกภพ ที่ดาวเคราะห์จำนวนหนึ่งในหลายหมื่นล้านดวงนั้นมีแนวโน้มว่าจะมีสภาพใกล้ เคียงโลกของเราจนน่าตกใจ

          กระปุกดอทคอมหยิบยกเรื่องราวของ 5 ดาวเคราะห์ที่คล้ายโลกมากที่สุดมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ โดย แต่ละดวงเป็นดาวเคราะห์ที่ได้รับการรับรองแล้วว่ามีสภาพคล้ายโลกมนุษย์มาก ที่สุด โดยอ้างอิงจากดัชนีชี้วัดความใกล้เคียงโลก (Earth Similarity Index / ESI) แต่จะมีดาวดวงไหนบ้างนั้น ลองไปชมกันเลยดีกว่า

อันดับที่ 1 ดาวเคปเลอร์ 438 บี (Kepler-438b)

        ดาวเคปเลอร์ 438 บี ถูกค้นพบเมื่อต้นปี 2015 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ มันเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่อยู่ห่างไกลออกไปจากโลกราว 470 ปีแสง และโคจรรอบดาวฤกษ์ประเภทดาวแคระแดง โดยใช้เวลาโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงนั้นเพียง 35 วันเท่านั้น

          ดาวเคปเลอร์ 438 บี มีขนาดใกล้เคียงกับโลก โดยมันใหญ่กว่าโลกของเราเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิบนพื้นผิวดาวก็อุ่นกว่าโลกเพียงเล็กน้อย โดยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 60 องศาเซลเซียส  ด้วยความเหมาะสมหลายประการ ทำให้มันได้คะแนนจากดัชนี ESI ที่ 0.88 (ดัชนี ESI ของโลกคือ 1.00)


อันดับที่ 2 ดาวกลีซ 667 ซีซี (Gliese 667 Cc)

        เช่นเดียวกับดาวเคปเลอร์ 438 บี ดาวกลีส 667 ซีซี เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีความคล้ายคลึงกับโลก แต่มีขนาดใหญ่กว่ามากจนต้องจัดอยู่ในหมวดดาวเคราะห์ Super Earth โคจรอยู่ในระบบดาวสามดวง (Triple star system) ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวปลากระโทงแทง ห่างจากโลกออกไปราว 22.7 ปีแสง ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2011 โดยกลุ่มองค์การอวกาศยุโรป กลีส 667 ซีซี ได้รับคะแนนในดัชนี ESI อยู่ที่ 0.84

          ดาวกลีส 667 ซีซี มีขนาดใหญ่กว่าโลก 4.5 เท่า ใช้เวลาโคจรรอบดาวฤกษ์ในระบบเป็นเวลา 28 วัน เพราะมันตั้งอยู่ใกล้กับดาวฤกษ์ดวงนั้นมาก แต่ด้วยสภาพดาวฤกษ์ที่เป็นดาวแคระแดงซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าดวงอาทิตย์ ทำให้ดาวกลีส 667 ซีซี มีอุณหภูมิพื้นผิวสูงสุดมากกว่าโลกเพียง 4.3 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสมสำหรับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต

 
อันดับที่ 3 ดาวเคปเลอร์ 442 บี (Kepler-442b)

        เคปเลอร์ 442 บี เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีพิกัดอยู่ในกลุ่มดาวพิณ ห่างจากโลกของเราออกไปราว 1,120 ปีแสง ถูกค้นพบครั้งแรกในเดือนมกราคม ปี 2015 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ขององค์การนาซา

          ดาวเคปเลอร์ 442 บี มีขนาดใหญ่กว่าโลก 33 เปอร์เซ็นต์ โคจรรอบดาวฤกษ์ของมันโดยใช้เวลาในการโคจร 1 รอบที่ประมาณ 112 วัน อุณหภูมิสูงสุดบนพื้นผิวอยู่ที่ราว 60 องศาเซลเซียส นักดาราศาสตร์เชื่อว่าดาวเคปเลอร์ 442 บี น่าจะเป็นดาวเคราะห์หินที่มีความแข็งแรงมากกว่าองค์ประกอบของโลกเราประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ทำให้ดาวเคปเลอร์ 442 บี ได้รับคะแนนจากดัชนี ESI ที่ 0.83

 
อันดับที่ 4 ดาวเคปเลอร์ 62 อี (Keplor-62e)

         เคปเลอร์ 62 อี เป็นดาวเคราะห์คล้ายโลกขนาดใหญ่ หรือ Super Earth มันมีขนาดใหญ่กว่าโลกราว 1.6 เท่า หรือคิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวพิณ เช่นเดียวกับดาวเคปเลอร์ 442 บี แต่มันอยู่ห่างจากโลกไปราว 1,200 ปีแสง

          ดาวเคปเลอร์ 62 อี เดินทางโคจรรอบดาวฤกษ์โดยใช้เวลาราว 122 วัน มันถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2013 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ขององค์กรนาซา นักดาราศาสตร์คาดกันว่าบนดาวดวงนี้น่าจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของพื้นผิวเช่นเดียวกับโลก ดาวเคปเลอร์ 62 อี ได้รับคะแนนในดัชนี ESI อยู่ที่ 0.83 เท่ากันกับดาวเคปเลอร์ 442 บี

 
อันดับที่ 5 ดาวเคปเลอร์ 452 บี (Kepler-452b)

          ดาวเคปเลอร์ 452 บี เป็นดาวเคราะห์คล้ายโลกขนาดใหญ่ หรือ Super Earth เช่นกัน ตั้งอยู่ในระบบดาวฤกษ์ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวหงส์ หรือกลุ่มดาวกางเขนเหนือ มันโคจรรอบดาวฤกษ์ระดับเดียวกับดวงอาทิตย์ โดยใช้เวลาโคจรทั้งสิ้น 385 วัน มันอยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 1,400 ปีแสง อยู่ไกลที่สุดในบรรดาดาวผู้เข้าชิงทั้ง 5 หากจะเปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ถ้าเรานั่งยานอวกาศนิวฮอไรซันส์ที่มีความเร็วประมาณ 59,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราจะต้องใช้เวลา 26 ล้านปี เพื่อไปให้ถึงดาวดวงนี้

          ดาวเคปเลอร์ 452 บี มีขนาดใหญ่กว่าโลกราว 60 เปอร์เซ็นต์ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2015 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ นัก ดาราศาสตร์คาดว่าบนพื้นผิวของมันมีภูเขาไฟที่ยังปะทุ ส่วนเมฆหมอกบนชั้นบรรยากาศก็หนาทึบและอึมครึม แต่ทั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าดาวดวงนี้เป็นดาวเคราะห์หินหรือดาวเคราะห์ แก๊สกันแน่

          อย่างไรก็ดี ดาวเคปเลอร์ 452 บี ได้รับคะแนนในดัชนี ESI อยู่ที่ 0.83 เท่ากันกับดาวเคปเลอร์ 62 อี และดาวเคปเลอร์ 442 บี

 

ภาพจาก NASA
http://hilight.kapook.com/view/130467

Tuesday, December 15, 2015

ยังฝังใจ หญิงชราวัย 80 ประกาศตามหารักแรก แม้ตอนนี้มีสามีแล้ว




          คุณยายชาวจีนวัย 80 ปี ตัดสินใจประกาศตามหาชายผู้เป็นรักแรกที่แสนหวานและมีเหตุให้ห่างกันไป จนแต่งงานกับสามีมากว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ยังฝังใจ ตอนนี้ขอแค่พบหน้าหรือได้รู้ว่าเป็นอย่างไรก็พอ

          วันที่ 13 ธันวาคม 2558 สำนักข่าว CCTV รายงานว่า คุณยายลั่ว สุ่ยหยิง หญิงชราวัย 80 ปี จากเมืองหนานจง มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ตัดสินใจประกาศตามหาคนนาม จิ๋น ปินหนาน ชายผู้เป็นรักครั้งแรกและรักที่ฝังใจตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา ความรักของทั้งคู่จบลงแบบยังค้างคา และนั่นทำให้คุณยายลั่วไม่สามารถลบเลือนมันออกไปจากใจได้เลย

          ทั้งคู่พบกันใน 2498 โดยคุณตาจิ๋นเป็นทหารที่ถูกส่งมาประจำการยังบ้านเกิดของคุณยาย หนุ่มสาวทั้งสองชอบพอรักใคร่กัน แต่ไม่นานหลังจากนั้น พลทหารจิ๋นก็ถูกส่งไปประจำการที่เทียนจิน สิ่งที่ยังเชื่อมรักระยะไกลของทั้งคู่ไว้คือจดหมาย มีการเขียนโต้ตอบกันอยู่หลายฉบับ ก่อนที่จะมีจดหมายแห่งความร้าวฉานส่งมาถึงคุณยาย ระบุว่า นายจิ๋นนั้นแต่งงานมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกฉบับจากนายจิ๋นส่งมาพร้อม ๆ กัน บอกว่าตอนนี้เขากำลังเตรียมตัวกลับไปอยู่กับเธอ ทว่ายังไม่ทันที่จะสอบถามใด ๆ ให้ได้ความ คุณยายลั่วก็ได้รับทราบข่าวใหม่ว่า คนรักของเธอถูกส่งไปประจำการที่แห่งใหม่แล้ว และนับจากนั้นทั้งคู่ก็ขาดการติดต่อกันไปโดยสิ้นเชิง

          จากนั้นคุณยายลั่วก็ได้แต่เก็บรักแรกที่ยังค้างคาไว้ในใจ และแต่งงานไปกับชายหนุ่มนาม เหอ ซื่อเสิ่น ซึ่งเป็นสามีคนปัจจุบันของคุณยายนี่เอง

          ทว่าหลังจากเก็บรักแรกในใจมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ในที่สุดคุณยายลั่วก็ตัดสินใจลงประกาศตามหารักแรกของเธอทางหนังสือพิมพ์ หวังเพียงจะได้พบหน้า จิ๋น ปินหนาน อีกสักครั้ง หรืออย่างน้อยก็ขอให้ได้ทราบข่าวคราวว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างก็พอ

          ด้านคุณตาเหอ สามีของคุณยายก็ให้ความสนับสนุนในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ชายชราเผยว่า ไม่อยากให้ภรรยาของตนมีอะไรคั่งค้างในใจแล้วต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

          เมื่อการประกาศตามหาคนพร้อมเรื่องราวของคุณยายนี้ถูกเผยแพร่ออกไป หลายคนรู้สึกซาบซึ้งในความรักปักใจที่แสนยาวนานนี้ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งไม่รู้สึกโรแมนติกไปด้วยเท่าไรนัก โดยเห็นว่าการกระทำของคุณยายนั้นไม่ให้เกียรติสามีเอาเสียเลย

          ความคิดเห็นบางส่วน อาทิ "เศร้า แทนสามีคุณยายจัง เหมือนหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นได้แค่คนมาทีหลังเท่านั้นเอง", "การลืมคนรักเก่ามันเป็นสิ่งพื้นฐานที่ควรทำเพื่อให้เกียรติคนรักในปัจจุบัน นะ", "บางทีความรักก็ทำให้คนเราทำอะไรที่เกินคาดได้จริง ๆ" เป็นต้น


ภาพจาก chengdu
http://hilight.kapook.com/view/130366