Thursday, January 25, 2018

ซามอยด์สุดแสบ แอบหนีเที่ยว-ขึ้นรถไฟ ตั๋วก็ไม่ซื้อ ถูกรวบคาโบกี้ยังมาทำแบ๊วใส่



          ซามอยด์สุดแสบ แอบหนีเที่ยว-ขึ้นรถไฟ ตั๋วก็ไม่ซื้อ ถูกรวบคาโบกี้ยังมาทำแบ๊วใส่ ฝ่ายเจ้าของโทษเพราะไปตีซี้กับไซบีเรียน เลยติดนิสัยจอมป่วนมาด้วย 

            สำหรับคนรักตูบทั้งหลายที่เคยทดลองเลี้ยงเพื่อนสี่ขาแสนน่ารักพวกนี้แล้วล่ะก็ ย่อมต้องเห็นตรงกันว่าพวกมันช่างเป็นสัตว์ที่สร้างสีสันในชีวิตให้กับเจ้าของอย่างแท้จริง เพราะมันทั้งน่ารัก สดใส รวมทั้งขยันสร้างวีรกรรมป่วนสุดกวนมาให้เราได้ปวดหัวกันเป็นพัก ๆ ยกตัวอย่างเช่นเจ้าตูบซามอยด์ตัวนี้ ที่เจ้าของเผลอเป็นไม่ได้ ดันแอบหนีเที่ยวจนถูกเจ้าหน้าที่จับคาสถานีรถไฟซะนี่


          โดยสำนักข่าว China Xinhua News เผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561 เหล่าผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการรถไฟใต้ดินต่างก็แอบงุนงงไปตาม ๆ กัน เมื่อได้เห็นสุนัขขนปุยสีขาวตัวนี้ แอบเข้ามาภายในสถานี แถมยังเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ลงบันไดผ่านด่านเข้าไปนั่งบนรถไฟได้อย่างฉลุย โดยไม่ต้องตีตั๋วแต่อย่างใด 

         แต่แน่นอนว่าด้วยความน่ารักบ๊องแบ๊วขนาดนี้ คิดหรือว่าจะเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้นาน สุดท้ายหลังจากเดินทางไปได้แค่ 2 สถานี แขกไม่ได้รับเชิญรายนี้ก็ถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวได้สำเร็จ ชนิดที่จับได้คาโบกี้เลยทีเดียว


         ทางด้านเจ้าของซามอยด์ตัวนี้ก็ไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่าเจ้าตูบจอแสบหนีออกไปเที่ยวนอกบ้าน จนอีก 2 ชั่วโมงให้หลังถึงเพิ่งรู้ว่ามันหายออกไปจากบ้าน จึงรีบติดต่อมาหาเจ้าหน้าที่ของรถไฟใต้ดิน พร้อมบอกว่าปกติเจ้าซามอยด์ตัวนี้ไม่มีนิสัยชอบหนีเที่ยวเลย แต่อาจเพราะช่วงนี้ไปตีซี้กับไซบีเรียนฮัสกี้อีกตัวที่เลี้ยงไว้ นิสัยของมันก็เลยเปลี่ยนไป เผลอไม่ได้ชอบแอบดอดออกไปเที่ยวเป็นประจำ


        งานนี้เลยถูกชาวเน็ตแซ็วกันเพียบ ว่าโยนความผิดให้ไซบีเรียนแบบนี้ก็ได้เหรอ ขณะที่บางคนบอกเลยว่าใครที่เคยเลี้ยงเจ้าซามอยด์ไว้ใกล้ตัว จะรู้ได้เลยว่ามันเป็นสุนัขที่เอ๋อมากจริง ๆ นะ 

ภาพและข้อมูลจาก China Xinhua News 

https://pet.kapook.com/view187178.html

Thursday, January 11, 2018

นักวิจัยพบ ฉลามไวเปอร์ ยอดปลาหายาก หน้าตาประหลาด เหมือนเอเลี่ยน




        ฉลามไวเปอร์ 5 ตัว ถูกพบนอกชายฝั่งไต้หวัน เป็นปลาหน้าตาประหลาด มีขากรรไกร 2 ชั้นเหมือนเอเลี่ยน รายงานเผย เป็นสายพันธุ์ที่หายากมาก ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อ 32 ปี ก่อน

       เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยประมงของไต้หวัน พบเจอ ฉลามไวเปอร์ (Viper Shark) 5 ตัว โดยบังเอิญ ขณะที่พวกเขากำลังออกสำรวจทางทะเลตามปกติ ที่บริเวณนอกชายฝั่งเมืองตงเหอ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไต้หวัน โดยการพบเจอครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะฉลามสายพันธุ์นี้หายากมาก หลังจากถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 2529 ก็ไม่มีใครพบเห็นพวกมันอีกเลย

      ชื่อของฉลามไวเปอร์ ได้มาจากฟันซี่เล็ก ๆ ของมัน ที่แหลมคมเหมือนกับเขี้ยวงู มันมีรูปร่างหน้าตาค่อนข้างแปลกประหลาด แตกต่างจากฉลามทั่ว ๆ ไป มีลำตัวสีดำ ดวงตาสีฟ้า และมีขากรรไกร 2 ชั้น ยื่นออกมาได้ ลักษณะคล้าย ๆ กับ Headbite ในปากของตัวละคร ซีโนมอร์ฟ (Xenomorph) จากภาพยนตร์ไซไฟชื่อดัง เอเลี่ยน (Alien) ซึ่งขากรรไกรพิเศษของปลาชนิดนี้ ช่วยให้มันสามารถงับเหยื่อได้ง่ายดาย และสามารถกลืนปลาขนาดใหญ่ทั้งตัวไปได้สบาย ๆ ได้คราวเดียว โดยอาหารที่มันกินนั้น คาดว่าน่าจะเป็นสัตว์ประเภทกุ้ง หอย และปู


       ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของฉลามไวเปอร์ คือ Trigonognathus Kabeyai ซึ่งตั้งเป็นเกียรติแก่ ฮิโรมิจิ คาเบยะ (Hiromichi Kabeya) กัปตันเรือลากอวนเซย์เรียวมารุ ผู้ค้นพบมันเป็นครั้งแรก ที่บริเวณชายฝั่งเกาะชิโกกุ เมื่อ 32 ปีก่อน ด้วยความที่ฉลามไวเปอร์เป็นปลาหายาก จึงทำให้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับมันค่อนข้างน้อย นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า มันน่าจะอาศัยอยู่ในระดับน้ำที่ความลึก 300-400 เมตร ในตอนกลางวัน และจะว่ายขึ้นมาในระดับน้ำที่ตื้นขึ้น ประมาณ 150 เมตร ในช่วงเวลากลางคืน

 
       สำหรับฉลามไวเปอร์ทั้ง 5 ตัวนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับพวกมันได้ที่ระดับน้ำลึก 350 เมตร โดย 4 ใน 5 ตัวตายเสียก่อนแล้ว อีกตัวหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่นำมันไปใส่ในถังน้ำเค็มที่มีอุณหภูมิต่ำ แต่มันก็ตายลงในวันต่อมา

https://hilight.kapook.com/view/166385

Monday, November 27, 2017

เหมียว-ตูบคู่ซี้รักการผจญภัย ออกท่องโลกกว้างไปด้วยกัน เกิดเป็นภาพแสนอบอุ่นใจ




            เมื่อเจ้าเหมียวและเจ้าตูบที่ครอบครัวรับมาเลี้ยง กลายมาเป็นเพื่อนซี้ และต่างรักการผจญภัยด้วยกันทั้งคู่ ภาพน่ารักชวนอบอุ่นใจก็เลยบังเกิดขึ้น เห็นแล้วยิ้มตามเลย... 

             ใครว่าแมวและสุนัขจะเป็นคู่กัดกันเสมอไป หลาย ๆ ครั้งเรามักจะได้เห็นความน่ารักของมิตรภาพต่างสายพันธุ์ที่บังเกิดขึ้นอย่างไม่มีกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ มาจำกัด และครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เว็บไซต์ Bored Panda ได้เผยภาพและเรื่องราวความน่ารักของเจ้าเหมียวและเจ้าตูบ 2 คู่หูเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์ที่ได้มาอยู่ด้วยกันและรักการผจญภัยเหมือนกัน จนบังเกิดเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อยเลยทีเดียว


             โดยเรื่องราวเริ่มจาก ซินเธีย เบนเน็ตต์ สาวผู้หลงใหลการไต่เขาและแฟนหนุ่มของเธอ ได้รับสุนัขตัวหนึ่งมาเลี้ยงเมื่อปี 2557 จากนั้นได้ตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าเฮนรี ในตอนนั้นเจ้าเฮนรีอายุได้เพียง 14 สัปดาห์ แต่ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าลูกสุนัขในวัยเดียวกันถึง 5 เท่า

 
             โดยซินเธียเผยว่า เจ้าเฮนรีมันขี้อ้อนมาก ๆ และหลังจากเธอรับมันมาเลี้ยงได้เพียง 3 วัน เธอและแฟนหนุ่มก็ตัดสินใจพามันไปออกทริปไต่เขาด้วยกัน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเจ้าเฮนรี แต่มันกลับสามารถกระโดดข้ามหินความสูงชันที่อยู่รอบ ๆ ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้พวกเธอเรียกมันว่า "เจ้าแพะภูเขาตัวน้อย" 

 
             จนกระทั่งเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซินเธียและแฟนหนุ่มได้ตัดสินใจรับสัตว์มาเลี้ยงเพิ่มอีก 1 ตัว โดยซินเธียเองอยากจะได้ลูกแมวมาเลี้ยง เธอใช้เวลาก่อนหน้านั้นนานถึง 5 เดือน ในการค้นหาลูกแมวจากสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ จนในที่สุดเธอก็เจอกับเจ้าเหมียวที่ถูกชะตา จึงรับมาเลี้ยงและตั้งชื่อให้กับมันว่า บาลู

  
            หลังจากได้สมาชิกใหม่มาเพิ่มในครอบครัวอีก 1 ชีวิต แน่นอนว่าธินเซียต้องแนะนำให้เจ้าบาลู ได้รู้จักเจ้าเฮนรี และมิตรภาพก็บังเกิดขึ้น เมื่อเจ้าเหมียวบาลูและเจ้าตูบเฮนรีเข้ากันได้ดีมาก ใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งคู่ก็สนิทสนมกัน ชอบเล่นด้วยกันและตัวติดกันอยู่เสมอ

 
             จากนั้นไม่นานซินเธียและแฟนหนุ่มก็ได้ตัดสินใจพาเจ้าเหมียวบาลูและเจ้าตูบเฮนรีไปออกทริปผจญภัยพร้อมกันทั้งหมดเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าเหมียวและเจ้าตูบเข้าขากันเป็นอย่างดี โดยเจ้าบาลูติดเจ้าเฮนรีมาก ๆ ไม่ไหนก็ไม่ยอมห่าง จะต้องขอเกาะและกอดมันอยู่ตลอดเวลา 

 
              ทั้งนี้ซินเธียยังได้เผยด้วยว่า เจ้าเหมียวบาลูและเจ้าเฮนรีชื่นชอบออกไปท่องเที่ยวผจญภัยข้างนอกบ้านมาก ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอจับสายจูงเจ้าเฮนรี เจ้าบาลูจะรู้ในทันที แล้วรีบไปยืนร้องเหมียว ๆ รออยู่ที่หน้าประตู























ภาพจาก Instagram henrythecoloradodog
https://pet.kapook.com/view183946.html

Wednesday, November 22, 2017

เจ้าของลมแทบจับ เหมียวหนีออกจากบ้าน ติดแหง็กริมหน้าผา สูงกว่า 30 เมตร !


           ทีมเจ้าหน้าที่ภู้ภัยโรยตัวช่วยเหลือแมว หลังหนีเตลิดออกจากบ้านเพราะเสียงดังจากงานปาร์ตี้ สุดท้ายติดแหง็กอยู่ริมหน้าผาสูง เคราะห์ดีช่วยมาได้อย่างปลอดภัย ไร้การบาดเจ็บ

            ไซออน คือ แมวเพศเมียสีดำ ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา มันเป็นแมวที่ไม่ชอบเสียงดังและรักสงบเหมือนกับแมวทั่ว ๆ ไป ชีวิตของไซออนก็แฮปปี้ดีมาโดยตลอด จนกระทั่งในคืนวันหนึ่ง เจ้านายของไซออนจัดงานปาร์ตี้ขึ้นที่บ้าน มีแขกมาร่วมงานและมีการเปิดเพลงเสียงดังเพื่อความเฮฮา มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับแมวอย่างไซออนนั้น มันไม่สนุกเลยสักนิด



            ความวุ่นวายเหล่านี้ทำให้ไซออนสติแตก มันวิ่งหนีโซซัดโซเซออกไปจากบ้าน คงกะว่าจะหาที่เงียบ ๆ ที่พ้นจากเสียงดัง เคราะห์ดีที่ไซออนไม่ได้หนีไปไหนไกล แต่ปัญหาก็คือ มันไปติดอยู่ริมหน้าผา สูงกว่า 30 เมตร !

 

            โดยจากการรายงานของเว็บไซต์เนชั่นแนลจีโอกราฟิก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 ระบุว่า หน่วยช่วยเหลือสัตว์ลอสแอนเจลิส ได้รับแจ้งว่ามีแมวตัวหนึ่งติดแหง็กอยู่บนหน้าผา ทีมกู้ภัยจึงไม่รอช้า รีบออกเดินทางไปช่วยเหลือเจ้าเหมียวผู้น่าสงสารโดยทันที โดย แกบบี้ เลรา และ แอนเน็ตต์ รามิเรซ นำทีมในภารกิจครั้งนี้

  
           ด้วยความที่จุดเกิดเหตุเป็นหน้าผาสูง ทีมกู้ภัยจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก พวกเขาต้องโรยตัวลงจากด้านบน แล้วไต่ไปหาไซออน ซึ่งเกาะติดหนึบอยู่กับหน้าผา และร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสารอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อมันเห็นทีมกู้ภัยซึ่งเป็นคนแปลกหน้า มันก็ไต่หน้าผาจะกระโจนหนี แอนเน็ตต์จึงต้องรีบคว้าตัวมันเอาไว้ แล้วยัดลงในตาข่ายที่เตรียมไว้ ซึ่งถึงแม้ว่าจะทุลักทุเลและไซออนก็ไม่ให้ความร่วมมือนัก แต่ภารกิจก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี สามารถช่วยไซออนได้สำเร็จ 

 
            เจ้าเหมียวได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เคราะห์ดีอย่างมากที่มันไม่ตกลงมาแข้งขาหักหรือบาดเจ็บร้ายแรง อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทุก ๆ คนก็เก่งและใจเย็นมาก ๆ เจ้าของไซออนรู้แบบนี้แล้ว คงเลิกจัดงานปาร์ตี้ที่บ้านแล้วล่ะ

  
ไซออน หลังได้รับการช่วยเหลือลงมาโดยปลอดภัย นอนสบายใจแล้ว

ภาพจาก animalrescueteamla
https://pet.kapook.com/view183579.html