Monday, September 18, 2017

ร้ายไม่เบา เจ้าเหมียวตัวนี้ดักไถเงินคนเดินผ่านได้เป็นกอง นี่สินะ แมวกวักของจริง




          พบกับเจ้าแคชนิป แมวกวักที่เรียกเงินได้จริง ๆ อาศัยความขี้อ้อน น่าเอ็นดู เฝ้ารอเหยื่ออยู่หน้าประตูกระจก ก่อนดักไถเงินจากคนเดินผ่าน จนพนักงานต้องติดป้ายเตือน แต่หากใครเต็มใจให้ เงินที่ได้ก็จะนำไปบริจาคช่วยคนอื่น ๆ ต่อไป

           หลายคนคงรู้จักแมวกวัก ตามความเชื่อที่ว่าจะช่วยเรียกโชคลาภเงินทองมาให้ แต่จะรู้สึกประหลาดใจแค่ไหน หากจะมีเจ้าแมวกวักตัวเป็น ๆ สามารถเรียกเงินได้จริง ๆ โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 เว็บไซต์ Love Meow ได้พาไปรู้จักกับเจ้าเหมียวที่มีพรสวรรค์สุดพิเศษไม่เหมือนตัวไหน เพราะสามารถไถเงินจากคนที่เดินผ่านได้ และดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่มันโปรดปรานแบบสุด ๆ เลยด้วย


          เจ้าเหมียวตัวนี้ถูกเรียกว่า แคชนิป (CASHnip) เป็นการเล่นเสียงในภาษาอังกฤษจากคำว่า แคทนิป (Catnip) ซึ่งคือ พืชสมุนไพรที่ออกฤทธิ์สร้างความสุขให้กับแมว หรือที่รู้จักกันว่ากัญชาแมว แต่เจ้าเหมียวตัวนี้สนใจแต่เงินสด (Cash) จึงเป็นที่มาของชื่อ CASHnip นั่นเอง

           เจ้าแคชนิป มีสถานที่ประจำอยู่ที่สำนักงานด้านการตลาดของบริษัท GuRuStu ในเมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา สหรัฐฯ มันชอบออกมานั่งที่ริมประตูกระจก ซึ่งหากดูเผิน ๆ แล้วอาจจะดูเหมือนแมวออฟฟิศทั่ว ๆ ไป แต่หารู้ไม่ว่า มันมีสกิลการรีดไถเงินจากคนที่เดินผ่านได้เป็นอย่างดี ใครที่เห็นมันมีอันต้องเป็นเหยื่อความน่าเอ็นดู ควักกระเป๋าหยิบแบงก์ออกมาหยอดให้มันในที่สุด











          สำหรับเจ้าแคชนิป อดีตเคยอยู่ที่สถานสงเคราะห์ในเมือง ก่อนทางเจ้าของบริษัทจะรับมันมาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุได้เพียง 6 เดือน หลังจากเจ้าแคชนิปมาอยู่ที่ออฟฟิศแห่งนี้ ความน่ารักขี้อ้อนและน่าเอ็นดูของมัน ก็ทำให้มันกลายเป็นที่รักของพนักงานหลายคน

           โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน สจ๊วต แม็คแดเนียล เจ้าของบริษัท และบรรดาพนักงาน ก็มีอันต้องประหลาดใจอย่างมาก หลังจากเห็นแบงก์ดอลลาร์จำนวนหนึ่งกองอยู่ที่หน้าประตู ซึ่งแต่ละใบมีรอยยับยู่ยี่ แสดงให้เห็นว่ามันถูกสอดผ่านมาทางร่องประตูกระจก โดยเบื้องต้น พวกเขาจึงสันนิษฐานว่า เนื่องจากออฟฟิศของเขาอยู่ใจกลางเมือง ที่ด้านหน้ามีคนพลุกพล่านเดินผ่านไป-มามาก จึงคิดว่าผู้คนเหล่านั้นน่าจะหยุดเล่นกับเจ้าแคชนิป โดยการใช้แบงก์สอดมาแหย่เล่นกับมัน ก่อนเจ้าแคชนิปจะจัดการฉกฉวยเงินนั้นเข้ามา และเมื่อพวกเขาติดตามดู ก็พบว่าสิ่งที่พวกเขาสันนิษฐานนั้น เป็นความจริง 

           ต่อมา ทางพนักงานจึงจัดการทำป้ายมาเตือนให้ผู้คนระวัง หากใครแวะเล่นกับเจ้าแคชนิป อาจจะเผลอตกเป็นเหยื่อของมันโดยไม่รู้ตัว หรือใครที่สมัครใจอยากจะตกเป็นเหยื่อของมันก็ยินดี เพราะนอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินจากการเล่นกับมันแล้ว เงินจำนวนนั้นยังถูกนำไปบริจาคให้กับศูนย์สงเคราะห์ เพื่อนำไปช่วยคนไร้บ้านในพื้นที่ ผ่านมูลนิธิ Tulsa Day Center for the Homeless

           โดยทางบริษัทเผยว่า เจ้าเหมียวแคชนิปนับเป็นความภาคภูมิใจของที่แห่งนี้เลย โดยจนถึงตอนนี้มันสามารถหาเงินบริจาคไปช่วยที่ศูนย์สงเคราะห์ได้มากกว่า 100 ดอลลาร์ (ราว 3,300 บาท) เจ้าแคชนิชเป็นแมวที่พิเศษสุด ๆ มันไม่เพียงแต่จะได้รับโอกาสได้มีชีวิตใหม่ แต่มันยังทำให้คนไร้บ้านอื่น ๆ ได้รับโอกาสดี ๆ ด้วยเช่นกัน น่าประทับใจจริง ๆ

https://pet.kapook.com/view179594.html


Saturday, September 16, 2017

ชาวบ้านผงะ เจอจระเข้เป็น ๆ ในสระเพื่อนบ้าน แจงแช่ไว้รอทำมื้อค่ำ




         ชาวบ้านในเมืองเฉิงตูแตกตื่น พบจระเข้นอนในบ่อน้ำเพื่อนบ้าน เจ้าของแจงเก็บไว้รอทำอาหาร ก่อนถูกบีบให้รีบนำออกไปไกล ๆ

          
วันที่ 15 กันยายน 2560 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผยเรื่องราวสุดช็อก เมื่อชาวบ้านรายหนึ่งในเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเจอจระเข้ นอนอยู่ในสระเลี้ยงปลาของเพื่อนบ้าน สร้างความแตกตื่นให้กับผู้พักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก 


          หลังเรื่องราวเริ่มจะลุกลามไปใหญ่โต ชายคนหนึ่งก็ได้ออกมาชี้แจงว่า จระเข้ความยาว 1 เมตรนี้ ไม่ได้หลุดมาจากไหน แต่มันถูกเตรียมไว้เป็นเมนูอาหารค่ำของเขา ซึ่งเตรียมจะนำมารับประทานกับเพื่อน ๆ และก็ได้นำเทปมารัดปากสัตว์ร้ายนี้ไว้แล้วเพื่อป้องกันอันตราย

           อย่างไรก็ดี แม้จะมีการอธิบายความจริงแล้ว แต่ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวก็ยังรู้สึกหวาดกลัว ทำให้หัวหน้าชุมชนต้องเข้าไปขอให้ชายคนนี้ช่วยเอาจระเข้ตัวนี้ออกไปจากบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งแม้จะสร้างความไม่พอใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายเจ้าของบ้านก็ยอมนำเจ้าจระเข้นี้ไปอยู่ที่อื่นแล้ว

         
สำหรับจระเข้ดังกล่าว รายงานระบุว่า เป็นจระเข้น้ำจืด ซึ่งมีความดุร้าย และเป็นสัตว์คุ้มครองในประเทศจีน และแม้จะมีชาวจีนบางส่วนที่นิยมนำมันทำทำเป็นอาหาร แต่การพบจระเข้เป็น ๆ ในสระน้ำเพื่อนบ้านนั้นก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติอยู่ดี

ภาพและข้อมูลจาก
shanghaiist.com
https://hilight.kapook.com/view/160210

Thursday, September 14, 2017

สลด ชนเผ่าลึกลับในป่าอะเมซอนกว่า 20 ชีวิต ถูกนักขุดทองสังหาร-หั่นศพทิ้งแม่น้ำ




        รายงานเผยเหตุสลด ชนเผ่าในป่าอะเมซอนที่ไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอก จำนวนกว่า 20 ชีวิต ถูกโจมตีและสังหารโดยกลุ่มนักขุดทอง ซึ่งถูกจับได้หลังเมาแล้วคุยโม้ บอกฆ่าแล้วหั่นศพโยนทิ้งแม่น้ำ

          เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเคยฮือฮาหลังจากได้มีการค้นพบชนเผ่าอินเดียแดง หรือ คนป่ากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่าอะเมซอน บริเวณพรมแดนบราซิลและเปรู โดยชนเผ่าเหล่านี้ดำรงชีวิตอยู่ในลักษณะเช่นเดียวกับมนุษย์สมัยโบราณ ซึ่งนักวิเคราะห์ได้ระบุว่า ชนเผ่ากลุ่มนี้ไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอกเลย 

          ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ ได้เกิดเหตุชวนสลดขึ้น โดยรายงานของเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ซึ่งอ้างอิงตามแหล่งข่าวท้องถิ่น เผยว่า กลุ่มชนเผ่าดังกล่าวจำนวนมากกว่า 20 ชีวิต ถูกสังหารโดยกลุ่มนักลักลอบขุดทองอย่างผิดกฎหมาย ในพื้นที่ตะวันแถบตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล ติดกับพรมแดนประเทศเปรูและโคลอมเบีย


       โดยตามรายงานของทางมูลนิธิชนเผ่าอินเดียนแดงของบราซิล หรือ ฟูไน (Funai) เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนักขุดทองได้ 2 ราย หลังจากพวกเขาได้มีการดื่มสุราจนไม่ได้สติ แล้วเอ่ยปากคุยโวโอ้อวดถึงเรื่องการสังหารกลุ่มชนเผ่าดังกล่าว โดยพวกเขาได้กล่าวอวดอ้างว่า หลังจากการฆ่าได้จัดการหั่นศพของคนป่าเหล่านั้นเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนทิ้งลงแม่น้ำ

          การฆาตกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณพื้นที่ Vale do Javari บนเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณกว่า 21 ล้านเอเคอร์ (ราว 52.5 ล้านไร่ ) และอยู่ห่างจากมาเนาส์ เมืองหลวงของรัฐอามาโซนัส  ประเทศบราซิล ประมาณ 745 ไมล์ (ราว 1,200 กิโลเมตร) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีชนเผ่าพื้นเมืองอาศัยอยู่กันจำนวนอย่างน้อย 14 ชนเผ่า

          โดย อะเดลสัน โครา คานามารี หัวหน้าชนเผ่าหนึ่ง เผยกับรายงานของท้องถิ่น ระบุว่า มีชาวเผ่าจำนวน 18-21 ราย ถูกโจมตีและฆ่าเสียชีวิต ซึ่งหากเรื่องราวดังกล่าวนี้มีการยืนยันข้อเท็จจริง ทางมีแชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิล และรัฐบาลของเขาจะต้องออกมารับผิดชอบต่อการฆาตกรรมทำลายเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้


         "กลุ่มคนบุกรุกเหล่านี้ คือพวกเจ้าของที่ดิน, นักล่าสัตว์ และนักขุดทอง พวกชนเผ่าหลายคนถูกฆ่าตายขณะที่อยู่โดยลำพัง ซึ่งพวกเราไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่าเหตุเกิดวันที่เท่าไหร่ และจำนวนคนที่ตายทั้งหมดมีกี่คน" อะเดลสัน กล่าว

          ทั้งนี้ทางด้านองค์กรนานาชาติที่ส่งเสริมและช่วยเหลือการอยู่รอดของชนเผ่า (Survival International) ได้ออกมาประณามเหตุการสังหารดังกล่าว พร้อมทั้งยังได้เผยข้อมูลว่า เรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน แต่เพิ่งจะมาถูกเปิดเผยเป็นที่รับรู้ หลังจากทางนักขุดทองดังกล่าวหลุดปากพูดเรื่องนี้ออกมา

          โดยสื่อท้องถิ่นระบุว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐและทางเจ้าหน้าสำนักงานอัยการกำลังอยู่ระหว่างร่วมมือกันดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

ภาพจาก survivalinternational
https://hilight.kapook.com/view/160105

Wednesday, August 30, 2017

หนุ่มเผยภาพสุดท้าย ตูบแสนรักผู้ซื่อสัตย์ สละชีวิตแทนเจ้านายหลังถูกฟ้าผ่า




          หนุ่มเผยภาพสุดท้าย ตูบแสนรักผู้ซื่อสัตย์ สละชีวิตแทนเจ้านายหลังถูกฟ้าผ่า ขณะไปไต่เขาด้วยกัน เป็นเรื่องราวสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกะทันหัน ไม่มีแม้โอกาสเตรียมใจ

          โจนาธาน ฮาร์ดแมน คือนักผจญภัยจากเมืองเบรกเคนริดจ์ รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ ที่มักจะพาคู่หูสี่ขาอย่าง เจ้าแรมโบ้ ออกไปท่องเที่ยวยังที่ต่าง ๆ กับแก๊งเพื่อน แม้ว่าจะเป็นที่สูงอย่างยอดเขาเบียร์สตัดท์ เขาก็ไม่ลืมที่จะพาเจ้าตูบแสนรักไปร่วมผจญภัยในที่แปลกใหม่ด้วยกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดีสำหรับการไต่เขา แต่โจนาธานกลับไม่ได้เตรียมใจเผื่อเลยว่า การเดินทางครั้งนั้นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะมีเจ้าแรมโบ้อยู่เคียงข้าง..


          โดยเว็บไซต์ไลฟ์บัซ ซึ่งได้หยิบเรื่องราวมานำเสนอ เผยว่า ในวันดังกล่าวที่โจนาธานกับกลุ่มเพื่อนขึ้นไปถึงด้านบนของภูเขาเบียร์สตัดท์ กลับปรากฏกลุ่มเมฆที่พาฟ้าฝนคะนองเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขาอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แก๊งนักเดินทางที่ตระหนักถึงอันตรายรีบพากันลงมาจากบนเขาอย่างรวดเร็ว


         แต่แล้วในขณะที่โจนาธานกำลังกระโจนตัวนำทางสุนัขแสนรักลงจากเขานั้นเอง พลันเกิดสายฟ้าผ่าเปรี้ยงมายังจุดที่เขาและแรมโบ้อยู่ รู้สึกตัวอีกทีโจนาธานก็อยู่ในสภาพล้มลงนอนกับพื้นเสียแล้ว เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ ขณะที่เจ้าแรมโบ้เองก็ยังคงอยู่ข้างตัวเขา ทว่ามันกลับไม่หายใจเสียแล้ว 



          หลังเกิดเหตุกลุ่มเพื่อน ๆ ได้ช่วยกันนำโจนาธานส่งโรงพยาบาล ซึ่งในตอนนั้นเองที่เขาได้ทราบจากหมอว่าเจ้าแรมโบ้ได้ช่วยชีวิตของเขาจากฟ้าผ่าครั้งนั้นไว้ เพราะหากไม่ได้เพื่อนสี่ขาอยู่ตรงหน้าเขาตอนที่ฟ้าผ่าลงมา เขาอาจจะตายไปแล้ว เจ้าแรมโบ้รับเอากระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าส่วนใหญ่ไปแทนเขา ซึ่งนั่นทำให้เขารอดชีวิตมาได้ แม้เจ้าแรมโบ้กลับต้องตายแทน 

           ทั้งนี้หลังเกิดเหตุอันแสนเศร้าดังกล่าว โจนาธานก็ได้ย้อนกลับไปดูรูปภาพสุดท้ายของเขาและเจ้าแรมโบ้ ที่ได้ถ่ายไว้ด้วยกันในวันที่เกิดเหตุ ก่อนนำภาพความทรงจำสุดท้ายนี้มาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของเขา พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของสุนัขแสนซื่อสัตย์ตัวนี้

           "พวกคุณอาจจะรู้กันแล้ว ผมถูกฟ้าผ่าใส่วันนี้ตอนไปไต่เขาเบียร์สตัดท์ กับสุนัขของผม ผมรอดชีวิตก็จริงแต่สุนัขแสนอัศจรรย์ของผม เจ้าแรมโบ้ กลับรับเอาสายฟ้าฟาดไปแทนผม และมันก็ตาย นั่นทำให้ผมยังคงมีชีวิตอยู่ได้ ฉันคิดถึงแกมากเลยนะ แรมโบ้"

          เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกนำมาบอกเล่าผ่านโซเชียล ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากที่แชร์ต่อเรื่องราวดังกล่าวออกไป พร้อมยกให้เจ้าแรมโบ้เป็นสหายผู้ซื่อสัตย์ที่ช่วยชีวิตเจ้านายของมันไว้

ภาพจาก Jonathan Tyler
ข้อมูลจาก thedodo.com
https://pet.kapook.com/view178345.html