Monday, October 30, 2017

ฮือฮา นาซาพบวัตถุลึกลับนอกระบบสุริยะอันไกลโพ้น โผล่มาให้เห็นเป็นครั้งแรก




        นาซาพบวัตถุลึกลับ เป็นวัตถุระหว่างดาวจากนอกระบบสุริยะ เคลื่อนที่ผ่านมาให้เห็นเป็นครั้งแรก รายงานเผย เคลื่อนที่เร็วมาก และวงโคจรต่างจากดาวหาง หรือดาวเคราะห์น้อยอื่น ๆ ที่เคยค้นพบมาในระบบสุริยะ

         ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 นักดาราศาสตร์พบว่ามีแขกแวะมาเยี่ยมเยียนระบบสุริยะ โดยมันแวะผ่านมาในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเคลื่อนที่ผ่านไป วัตถุที่ว่านี้ไม่ใช่เอเลี่ยนหรือมนุษย์ต่างดาวที่ชาวโลกหลาย ๆ คนเฝ้ารอ แต่มันเป็นมีลักษณะคล้ายดาวหาง (Comet) หรือดาวเคราะห์น้อย (Asteroid) ขนาดเล็ก ที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับแขกรายนี้ก็คือ มันเป็นวัตถุระหว่างดาว (Interstellar) ชิ้นแรกที่ถูกพบและยืนยันอย่างเป็นทางการ

         จากการรายงานของเว็บไซต์ไซแอนซ์แมก เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ระบุว่า วัตถุดังกล่าวนี้ถูกค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์ Pan-STARRS 1 (The Panoramic Survey Telescope and Rapid Response System) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาไฟฮาเลอาคา บนเกาะเมาอิ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดย ร็อบ เวริค นักดาราศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยฮาวาย คือคนแรกที่ตรวจจับวัตถุนี้ได้ ซึ่งกล้องโทรทรรศน์ของสถาบันอวกาศยุโรปที่หมู่เกาะคานารีก็ยืนยันว่าค้นพบเช่นกัน

         วัตถุดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า A/2017 U1 มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 400 เมตร เคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อวินาที มันได้สร้างความตื่นเต้นและฮือฮาในหมู่นักดาราศาสตร์อย่างมาก เนื่องจากวงโคจรของมันไม่เหมือนกับดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยอื่น ๆ ที่เคยค้นพบมาก่อนในระบบสุริยะ

  
        ดาวิเด ฟาร์น็อคเคีย นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านวงโคจร ประจำศูนย์ปฏิบัติการจรวดขับดันของนาซา หรือเจพีเอล (JPL - Jet Propulsion Laboratory) กล่าวว่า "นี่คือวงโคจรที่แปลกที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเคยเห็นมา มันเคลื่อนที่เร็วมาก ๆ และเมื่อดูจากแนววิถีของมันแล้ว เราพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่า มันจะผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่หวนกลับมาอีก และมันไม่ใช่วัตถุที่มีในระบบสุริยะอย่างแน่นอน"

         เมื่อวิเคราะห์ดูแนววิถีของแขกผู้มาเยือนนี้ นักดาราศาสตร์คาดว่ามันน่าจะมาจากกลุ่มดาวไลรา (Lyra) ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปไกลโพ้น ตั้งฉากอยู่ด้านบนของระบบสุริยะ โดยเมื่อวัตถุนี้มาถึงระบบสุริยะ แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ดึงมันเข้าหา และเข้าใกล้ที่สุดในวันที่ 9 กันยายน ก่อนจะเคลื่อนตัวลงไปด้านล่างของระบบสุริยะ และเคลื่อนกลับขึ้นมาอีกครั้ง เฉียดผ่านใกล้โลกที่สุดในวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งมีระยะห่างประมาณ 60 เท่าของระยะห่างจากดวงจันทร์ถึงโลก หลังจากนั้นก็หลุดออกจากวงโคจร เคลื่อนผ่านระบบสุริยะไป เพิ่มความเร็วเป็น 44 กิโลเมตรต่อวินาที และมุ่งหน้าสู่กลุ่มดาวเปกาซัส

         ทั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พบว่า มีวัตถุระหว่างดาวนอกระบบสุริยะอยู่จริง แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่วัตถุดังกล่าวนั้นเคลื่อนผ่านมาให้เห็น โดยนักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่าวัตถุแบบนี้เกิดขึ้นจากกระบวนการก่อตัวของดวงดาว และมันก็เคลื่อนที่ไปทั่วกาแล็กซี ดังนั้นการสำรวจและการค้นหาวัตุเหล่านี้ให้มากขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ นอกจากนี้แล้ว วัตถุที่มาเยือนนี้สมควรได้รับการตั้งชื่อ มันควรได้รับการศึกษาวิเคราะห์ เพราะหากกฎของมัน ซึ่งแตกต่างจากกฎของระบบสุริยะ และไม่เคยได้รับการตั้งชื่อมาก่อน

         "เราสงสัยกันมานานแล้วว่าวัตถุแบบนี้มันต้องมีอยู่ เพราะในกระบวนการก่อตัวของดวงดาวแต่ละครั้ง มันย่อมมีวัตถุกระเด็นออกไป ที่น่าประหลาดใจก็คือ เราไม่เคยพบวัตถุระหว่างดวงดาวผ่านมาให้เห็นแบบนี้มาก่อนเลย" คาเรน มีช นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุนอกอวกาศขนาดเล็กและความเชื่อมโยงของระบบสุริยะ จากสถาบันดาราศาสตร์โฮโนลูลู กล่าว

ภาพจาก NASA
https://hilight.kapook.com/view/162782

Wednesday, October 18, 2017

ตัวอะไรเนี่ย ชาวบ้านฮือฮา พบโครงกระดูกสัตว์ปริศนา ลักษณะคล้ายมังกร




         ชาวบ้านในจีนฮือฮาใหญ่ หลังพบโครงกระดูกสัตว์ปริศนาตัวยาวกว่า 18 เมตร มีขาเล็ก ๆ 2 ข้าง เชื่อเป็นมังกรในตำนาน ขณะที่ชาวเน็ตชี้ เหมือนจงใจนำกระดูกสัตว์มาเรียงต่อกันมากกว่า

          เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยรายงานว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านเขตจางเจี๋ยโขว มณฑลเหอเป่ย์ ทางภาคเหนือของประเทศจีน พากันแตกตื่นฮือฮาเป็นอย่างมาก ภายหลังจากพบโครงกระดูกของสัตว์ปริศนากองอยู่ที่ทุ่งหญ้า วัดความยาวได้ประมาณ 18 เมตร ซึ่งโครงกระดูกดังกล่าว มีส่วนที่คาดว่าเป็นแขนเล็ก ๆ ที่ไม่เท่ากัน 2 ข้าง อยู่ระหว่างส่วนตัวและส่วนหัวที่มีลักษณะคล้ายกับกระโหลกวัว 


          รายงานเผยว่า สังคมออนไลน์ของประเทศจีนต่างพาแชร์คลิปที่ชาวบ้านพากันจำนวนหลายสิบชีวิตพากันไปยืนมุงดูซากดังกล่าวด้วยความประหลาดใจ โดยต่างพากันเชื่อว่าโครงกระดูกสัตว์ปริศนาดังกล่าว เป็นของมังกร สัตว์ในตำนวนของประเทศจีน ที่แม้ว่าจะไม่มีปีก แต่สามารถล่องลอยไปในอากาศได้ ในลักษณะที่คล้ายกับงูเลื้อยบนพื้นดิน




            อย่างไรก็ดี ด้านชาวเน็ตที่ได้ชมคลิปวิดีโอดังกล่าว ต่างพากันตั้งข้อสงสัยว่า โครงกระดูกดังกล่าวมีลักษณะเหมือนถูกนำมาเรียงต่อกันอย่างตั้งใจ อาจจะเป็นโครงกระดูกของวัวหรือแกะ ที่นำมาประกอบกันเพื่อเข้าฉากการแสดงเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญออกมาเผยข้อมูลยืนยันเรื่องนี้แต่อย่างใด

ภาพจาก wukong.com
https://hilight.kapook.com/view/162025

Wednesday, September 27, 2017

ฮือฮา พบเมืองโบราณที่หายสาบสูญไป 2,000 ปี สมัยอเล็กซานเดอร์มหาราช




          เผยรายงานชวนฮือฮา นักโบราณคดีค้นพบเมืองโบราณทางตอนเหนือของอิรัก ซึ่งหายสาบสูญไปนานกว่า 2,000 ปี โดยเชื่อว่าก่อตั้งขึ้นในสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช

          เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ เผยรายงานว่า ทีมนักโบราณคดีชาวอังกฤษและอิรัก ซึ่งนำโดยผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์บริติช ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ได้ค้นพบเมืองโบราณที่หายสาบสูญไปเป็นเวลานานกว่า 2,000 ปี ที่บริเวณเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ทางตอนเหนือของประเทศอิรัก หลังจากใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีภาพถ่ายจากโดรนสำรวจ และระบบการวิเคราะห์ภาพถ่ายอัจฉริยะช่วยเหลือ 


         โดยเมืองแห่งนี้มีชื่อว่า คาลัตกา ดาร์บันด์ (Qalatga Darband) ซึ่งเชื่อว่าก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัย 331 ปีก่อนคริสตกาล (พ.ศ. 213) ในสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ซึ่งนอกจากพบสถานที่ตั้งเมืองโบราณดังกล่าว เบื้องต้นทางทีมสำรวจยังพบเหรียญสมัยกรีก และรูปปั้นเทพเจ้าสไตล์เกรโกโรมัน ที่โรมันสร้างงานศิลปะเลียนแบบศิลปะกรีก

          ดร.จอห์น แมคกินนิส ผู้นำทีมสำรวจภาคพื้นดินเผยว่า แม้มันจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านมานานมาก แต่ทางทีมสำรวจเชื่อว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองที่คึกคักบนเส้นทางจากอิรักไปยังอิหร่าน สามารถจินตนาการได้ว่า มีชาวบ้านนำไวน์มาส่งมอบให้กับกองทหารที่ผ่านมาระหว่างทางนี้ 


         สำหรับพื้นที่ดังกล่าว เริ่มได้รับความสนใจจากบรรดานักโบราณคดีภายหลังจากทาง CIA ได้มีการเปิดเผยภาพถ่ายทางดาวเทียมของปี 1960 (พ.ศ. 2503) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงซากปรักหักพังอันเป็นเค้าโครงของเมืองโบราณในอดีต ทาง ดร.แมคกินนิส และทีมสำรวจจึงได้ใช้โดรนออกสำรวจเค้าโครงสิ่งก่อสร้างในบริเวณดังกล่าว

          โดยทางทีมสำรวจจะทำการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้งในสัปดาห์นี้ เพื่อทำการสำรวจเพิ่มเติม ซึ่ง ดร.แมคกินนิส เปิดเผยว่า สิ่งที่ทีมสำรวจคาดหวังว่าจะพบคือหลักฐานที่เกี่ยวกับภาษา

ภาพจาก britishmuseum

รายละเอียดเพิ่มเติมจาก
thetimes 
https://travel.kapook.com/view180279.html

Monday, September 18, 2017

ร้ายไม่เบา เจ้าเหมียวตัวนี้ดักไถเงินคนเดินผ่านได้เป็นกอง นี่สินะ แมวกวักของจริง




          พบกับเจ้าแคชนิป แมวกวักที่เรียกเงินได้จริง ๆ อาศัยความขี้อ้อน น่าเอ็นดู เฝ้ารอเหยื่ออยู่หน้าประตูกระจก ก่อนดักไถเงินจากคนเดินผ่าน จนพนักงานต้องติดป้ายเตือน แต่หากใครเต็มใจให้ เงินที่ได้ก็จะนำไปบริจาคช่วยคนอื่น ๆ ต่อไป

           หลายคนคงรู้จักแมวกวัก ตามความเชื่อที่ว่าจะช่วยเรียกโชคลาภเงินทองมาให้ แต่จะรู้สึกประหลาดใจแค่ไหน หากจะมีเจ้าแมวกวักตัวเป็น ๆ สามารถเรียกเงินได้จริง ๆ โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 เว็บไซต์ Love Meow ได้พาไปรู้จักกับเจ้าเหมียวที่มีพรสวรรค์สุดพิเศษไม่เหมือนตัวไหน เพราะสามารถไถเงินจากคนที่เดินผ่านได้ และดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่มันโปรดปรานแบบสุด ๆ เลยด้วย


          เจ้าเหมียวตัวนี้ถูกเรียกว่า แคชนิป (CASHnip) เป็นการเล่นเสียงในภาษาอังกฤษจากคำว่า แคทนิป (Catnip) ซึ่งคือ พืชสมุนไพรที่ออกฤทธิ์สร้างความสุขให้กับแมว หรือที่รู้จักกันว่ากัญชาแมว แต่เจ้าเหมียวตัวนี้สนใจแต่เงินสด (Cash) จึงเป็นที่มาของชื่อ CASHnip นั่นเอง

           เจ้าแคชนิป มีสถานที่ประจำอยู่ที่สำนักงานด้านการตลาดของบริษัท GuRuStu ในเมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา สหรัฐฯ มันชอบออกมานั่งที่ริมประตูกระจก ซึ่งหากดูเผิน ๆ แล้วอาจจะดูเหมือนแมวออฟฟิศทั่ว ๆ ไป แต่หารู้ไม่ว่า มันมีสกิลการรีดไถเงินจากคนที่เดินผ่านได้เป็นอย่างดี ใครที่เห็นมันมีอันต้องเป็นเหยื่อความน่าเอ็นดู ควักกระเป๋าหยิบแบงก์ออกมาหยอดให้มันในที่สุด











          สำหรับเจ้าแคชนิป อดีตเคยอยู่ที่สถานสงเคราะห์ในเมือง ก่อนทางเจ้าของบริษัทจะรับมันมาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุได้เพียง 6 เดือน หลังจากเจ้าแคชนิปมาอยู่ที่ออฟฟิศแห่งนี้ ความน่ารักขี้อ้อนและน่าเอ็นดูของมัน ก็ทำให้มันกลายเป็นที่รักของพนักงานหลายคน

           โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน สจ๊วต แม็คแดเนียล เจ้าของบริษัท และบรรดาพนักงาน ก็มีอันต้องประหลาดใจอย่างมาก หลังจากเห็นแบงก์ดอลลาร์จำนวนหนึ่งกองอยู่ที่หน้าประตู ซึ่งแต่ละใบมีรอยยับยู่ยี่ แสดงให้เห็นว่ามันถูกสอดผ่านมาทางร่องประตูกระจก โดยเบื้องต้น พวกเขาจึงสันนิษฐานว่า เนื่องจากออฟฟิศของเขาอยู่ใจกลางเมือง ที่ด้านหน้ามีคนพลุกพล่านเดินผ่านไป-มามาก จึงคิดว่าผู้คนเหล่านั้นน่าจะหยุดเล่นกับเจ้าแคชนิป โดยการใช้แบงก์สอดมาแหย่เล่นกับมัน ก่อนเจ้าแคชนิปจะจัดการฉกฉวยเงินนั้นเข้ามา และเมื่อพวกเขาติดตามดู ก็พบว่าสิ่งที่พวกเขาสันนิษฐานนั้น เป็นความจริง 

           ต่อมา ทางพนักงานจึงจัดการทำป้ายมาเตือนให้ผู้คนระวัง หากใครแวะเล่นกับเจ้าแคชนิป อาจจะเผลอตกเป็นเหยื่อของมันโดยไม่รู้ตัว หรือใครที่สมัครใจอยากจะตกเป็นเหยื่อของมันก็ยินดี เพราะนอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินจากการเล่นกับมันแล้ว เงินจำนวนนั้นยังถูกนำไปบริจาคให้กับศูนย์สงเคราะห์ เพื่อนำไปช่วยคนไร้บ้านในพื้นที่ ผ่านมูลนิธิ Tulsa Day Center for the Homeless

           โดยทางบริษัทเผยว่า เจ้าเหมียวแคชนิปนับเป็นความภาคภูมิใจของที่แห่งนี้เลย โดยจนถึงตอนนี้มันสามารถหาเงินบริจาคไปช่วยที่ศูนย์สงเคราะห์ได้มากกว่า 100 ดอลลาร์ (ราว 3,300 บาท) เจ้าแคชนิชเป็นแมวที่พิเศษสุด ๆ มันไม่เพียงแต่จะได้รับโอกาสได้มีชีวิตใหม่ แต่มันยังทำให้คนไร้บ้านอื่น ๆ ได้รับโอกาสดี ๆ ด้วยเช่นกัน น่าประทับใจจริง ๆ

https://pet.kapook.com/view179594.html